

การเคลื่อนไหวของแบรนด์ยานยนต์พลังงานใหม่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สะท้อนการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นในระดับโลก และการเปิดตัวของ LEPAS ภายใต้เครือ Chery Group กำลังเป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญในสมการนี้
ภายใต้วิสัยทัศน์ “New Era, New Heights” แบรนด์ได้พาสื่อมวลชนและดีลเลอร์จากไทยเดินทางสู่ ปักกิ่ง และเมือง อู๋หู เพื่อสัมผัสทั้งเทคโนโลยี การผลิต และทิศทางธุรกิจในระดับองค์กร ซึ่งถือเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่าไทยคือหนึ่งใน “ตลาดยุทธศาสตร์” ของ LEPAS

ไฮไลต์สำคัญเกิดขึ้นที่เวที Auto China 2026 งานแสดงยานยนต์ระดับโลก ที่ LEPAS เปิดตัว LEPAS L6 EV อย่างเป็นทางการในระดับ Global Launch หลังจากประเทศไทยเคยเป็นเจ้าภาพ World Premiere มาก่อน สะท้อนบทบาทของไทยในฐานะฐานสำคัญของแบรนด์ในภูมิภาค
ในเชิงผลิตภัณฑ์ LEPAS วางตำแหน่งตัวเองในตลาดพรีเมียม EV และ PHEV อย่างชัดเจน ผ่านไลน์อัพหลัก ได้แก่ L6 EV, L8 PHEV และ L4 EV ที่ครอบคลุมทั้งสมรรถนะ เทคโนโลยี และดีไซน์ โดยเฉพาะแนวคิด “Elegance Moves The World” ที่พยายามสร้างความแตกต่างจากแบรนด์ EV ทั่วไปที่เน้นเพียงเทคโนโลยี แต่ขาดมิติด้านอารมณ์และการออกแบบ


หากมองในเชิงกลยุทธ์ การพาผู้แทนจากไทยไปเยี่ยมชมศูนย์วิจัยและโรงงานที่อู๋หู ไม่ใช่เพียงกิจกรรมสร้างความสัมพันธ์ แต่เป็นการ “สร้างความเชื่อมั่น” ผ่านการเปิดให้เห็นเบื้องหลังการพัฒนาอย่างโปร่งใส ซึ่งมีผลโดยตรงต่อการตัดสินใจของทั้งดีลเลอร์และผู้บริโภคในระยะยาว
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือแผนการลงทุนในประเทศไทย โดย LEPAS ตั้งเป้าขยายศูนย์บริการ 50 แห่งทั่วประเทศภายในปี 2569 ซึ่งถือเป็นปัจจัยชี้วัดความจริงจังของแบรนด์ในตลาดนี้ เพราะในอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า “after-sales service” คือหนึ่งในตัวแปรหลักที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค

ในระดับองค์กร Chery Group ยังแสดงศักยภาพผ่านยอดขายกว่า 2.8 ล้านคันทั่วโลกในปี 2025 และยุทธศาสตร์ “ALL IN AI” ที่ครอบคลุมตั้งแต่ระบบขับเคลื่อน แบตเตอรี่ ไปจนถึงระบบขับขี่อัตโนมัติ สิ่งนี้ทำให้ LEPAS ไม่ได้เป็นเพียงแบรนด์ใหม่ แต่เป็นแบรนด์ที่มี “โครงสร้างสนับสนุน” แข็งแกร่งอยู่เบื้องหลัง
เมื่อพิจารณาภาพรวม LEPAS กำลังวางตำแหน่งตัวเองเป็นแบรนด์พรีเมียม NEV ที่ผสาน “ดีไซน์ เทคโนโลยี และประสบการณ์ขับขี่” เข้าไว้ด้วยกันอย่างครบมิติ พร้อมตั้งเป้ายอดขาย 500,000 คันต่อปีภายใน 3 ปี และขยายสู่ 89 ประเทศภายในปี 2570



สำหรับตลาดไทย การเข้ามาของ LEPAS จึงไม่ใช่แค่การเพิ่มตัวเลือก แต่คือการยกระดับการแข่งขันในเซกเมนต์ EV และ PHEV พรีเมียม ซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว และจะเป็นหนึ่งในสนามแข่งขันที่น่าจับตามองมากที่สุดในช่วงต่อจากนี้